วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เทศกาลปล่อยแสง 3 ตอน เด็กฉลาด ชาติเจริญ

เทศกาลปล่อยแสง 3 ตอน เด็กฉลาด ชาติเจริญ ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ชั้น 6 ดิ เอ็มโพเรียม ช็อปปิ้ง คอมเพล็กซ์
เทศกาลปล่อยแสง เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ "Creative Thailand สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์" ซึ่งจัดขึ้นตามแนวนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสร้างเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศด้วยการมุ่งพัฒนาไปสู่ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ภายใต้สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) จึงได้จัดงานเทศกาล "ปล่อยแสง: คิด/ทำ/กิน" ขึ้นเพื่อเปิดโอกาสสำหรับทุกคนในการนำเสนอความคิดและผลงานสร้างสรรค์ที่สามารถผลิตเป็นชิ้นงานได้จริง และสร้างบรรยากาศแห่งการพบปะ แลกเปลี่ยนระหว่างเจ้าของผลงานและผู้ที่สนใจ อันจะนำไปสู่การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เพื่อการสร้างรายได้ต่อไป

ไอเดียตั้งต้นเทศกาลปล่อยแสง
เทศกาลปล่อยแสงเป็นพื้นที่อิสระที่เปิดสำหรับทุกคนที่มีไอเดียทำมาหากินได้ ให้สามารถเข้ามานำเสนอผลงานของตนเองตามแนวคิดหลัก 3 หัวข้อ1.การคิด (Inspiration) - why2.การทำ (Practical process) - how3.จุดขาย (Attraction) - wowโดยเป้าหมายหลักของการนำเสนองานก็คือ การนำเสนอผลงานตั้งแต่สาเหตุในการคิดไอเดียตอบโจทย์ พร้อมด้วยกรรมวิธีหรือกระบวนการผลิตที่ทำได้จริง ก่อนงอกเงยเป็นผลงาน

Jungle Theme
เสียงของธรรมชาติ ต้นไม้และสัตว์ช่วยให้เด็กได้สนุกและส่งเสริมพัฒนาการด้านของเล่น เสียงที่เกิดขึ้นจะทำให้เด็กสนุกสนาน
และรู้สึกว่าสัตว์และต้นไม้เหล่านี้เป็นเพื่อนกัน
· ต้นไม้เสียงติด
สามารถต่อประกอปได้และยังสามารถสับเปลื่ยนแต่ละชั้น และชั้นหนึ่งจะมีกลไก เมื่อหมุนถึงชั้นบนสุด เหล็กกลไกด้านบนจะดีดกันเองและทำให้เกิดเสียง
· ลิงจอมขยัน
เมื่อให้เจ้าลิงขนถังน้ำเมื่อเลื่อนไปตามรางจะทำให้เกิดการเสียดสีโดยการหมุนเวลาเจ้าลิงขนถังน้ำก็จะทำให้เกิดเสียง
· หอยทากกุ๊งกิ๊ง
หอยทากสองตัวแม่ลูก มีลูกกระพรวน อยู่ในท้องถ้าเขย่าตัวมันก็จะเกิดเสียงดังกุ๊งกิ๊ง
· จรเข้ฟาดตัว
บนลำตัวของจรเข้สามารถทำให้เกิดเสียงต่างกันได้ส่วนหัวของมันถ้าอ้าปากงับก็จะเกิดเสียง สามารถแยกหัวลำกับลำตัวออกกันได้
· นกป่าสานเสียง
เสียงที่เกิดขึ้นจะอยู่ที่หางของมันจะต้องประกอปปากให้ติดกับลำตัวแล้วจะมีเสียงออกมาทางด้านหน้า
ความคิดเห็น
เป็นสื่อที่เสริมสร้างพัฒนาการของเด็กได้เป็นอย่างดีด้วยรูปทรงที่น่ารักและสีสรรที่สดใส และลูกเล่นที่น่าสนใจโดยการใช้เสียงที่เกิดจากการกระทบกันของตัวของเล่นและประโยชน์อันหลากหลายไม่ว่าเด็กธรรมดาหรือเด็กที่พิการก็สามารถใช้สื่อของเล่นนี้ได้




บริษัท เมค เลิฟ สตูดิโอ
นำเสนอการออกแบบแพทเทิร์นให้เข้ากับบุคลิกภาพและอุปนิสัยของคู่บ่าวสาวเพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับของใช้แต่งงานต่างๆ
ในรูปแบบแบรนด์ของตัวเอง อาทิเช่น ของชำร่วย การ์ดแต่งงาน ของใช้ในงานแต่งงาน ฯลฯ


จุดประสงค์
ต้องการสร้างสินค้าที่มีเอกลักษณ์โดยผ่านลวดลายแพทเทิร์นเพื่อหลีกหนีความซ้ำซากจำเจ


แรงบันดาลใจ
ตัวการ์ตูนได้รับแรงบันดาลใจมาจากคู่รักที่อยู่ในจินตนาการซึ่งเป็นคู่ที่มีบุคลิกสนุกสนาน ร่าเริง หลงไหลในความหวานของสีชมพู และความหรูหราของสีดำ


ความคิดเห็น
ชอบงานนี้เพราะว่าโดยส่วนตัวนั้นชอบงานที่เกี่ยวกับคาแรคเตอร์ดีซายน์งานนี้มีจุดเด่นโดยที่เค้าสามารถทำชุดสเตชันนารี่
โดยเอาคาแรคเตอร์การ์ตูนมาทำให้ลงตัวได้และโทนสีที่แปลกตาสีสรรนั้นเข้ากันอย่างลงตัว



Warp ‘em up
รายละเอียด warp ‘em up เป็นแพคเกจสำหรับอาหารแห้ง สามารถใช้ห่อหุ้มอาหารได้ไม่ว่าจะเป็นอาหารฟาสฟู๊ดสามารถนำเข้าไมโคเวฟได้ และยังสามารถใช้แทนจานได้อีกด้วย
แรงบันดาลใจ
เนื่องมาจาก เวลารับประทานข้าวมันไก่ทางร้านก็จะใช้กระดาษห่อมาให้ จึงคิดว่าพวกเราไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารแบบใส่จานเท่านั้น เรายังสามารถทานบนกระดาษที่ห่อมาเลยได้ โดยแบ่งเป็น สามแบบ คือ kitchen ware Japanese and picnic
ข้อคิดเห็น
เป็นบรรจุภัณฑ์ที่แปลกตาเนื่องจากโดยปกติสิ่งที่ใช้ห่อหุ้มอาหารมักจะเป็นโฟมและพลาสติกแต่ผลงานชิ้นนี้นั้นเป็นกระกาษซึ่งสามารถย่อยสลาย/ได้เองโดยตามธรรมชาติและยังดีซายน์ลวดลายด้านในให้เก๋โดยไม่ได้เว้นพื้นที่เปล่าๆนับว่าเป็นบรรจุภัณพ์ที่ดูสดใสและแปลกใหม่อย่างแท้จริง

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552

HOME เปิดหน้าต่างโลก

HOME ภาพยนตร์สารคดีกำกับโดย ยานน์ อาร์ทัส-เบอร์ทรานด์
โดยเเสดงให้เห็นโลกในมุมมองที่ใครอีกหลากคนยังไม่เคยพบ โดยบอกเล่าผ่านทางภาพอันสวยงามเเละมุมมองที่แปลกตา ทำให้เราได้เห็น เเละ ตระหนักถึงภัยพิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้นผ่านช่วงเวลายาวนานจนธรรมชาติ กำลังจะสูญสลายไปด้วยมือของเราและนั่นอาจหมายถึงสัญญาณที่เตือนว่าคงถึงเวลาที่เราจำเป็นปกป้อง บ้าน หลังใหญ่นี้ไว้ด้วยตัวของเราเอง

จุดเด่น ภาพยนตร์สารคดีเรื่องเยี่ยมด้วยมุมมองการมองเห็นโลกอันสวยงามผ่านสายตาของช่างภาพชาวฝรั่งเศสฝีมือระดับโลกอย่าง ยานน์ อาร์ทัส-เบอร์ทรานด์ ช่างภาพทางอากาศที่เคยเปิดนิทรรศการเผยแพร่ภาพถ่ายของโลก
และเคยมาเปิดนิทรรศการในกรุงเทพที่ใช้ชื่อว่า Earth From Above ที่รวบรวมผลงานภาพถ่ายอันงดงามจากทั่วโลกมานานถึง 10 ปี ที่มีภาพอันโดงดังอย่าง หัวใจแห่งเมืองโวห์ นิวคาลีโดเนีย, ดวงตาแห่งมัลดีฟส์ และชาวนากลางทุ่งนา พื้นที่รอยต่อจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย

เนื้อหา ตลอด 200,000 ปีบนโลก มนุษยชาติพลิกผันดุลยภาพของดาวดวงนี้ ซึ่งกว่าจะเข้ารูปเข้ารอยก็ต้องอาศัยวิวัฒนาการเกือบ 4 พันล้านปี ทุกวันนี้คือเวลาแห่งการชดใช้อย่างสาสม และสายเกินไป
มนุษยชาติเหลือเวลาอีกไม่ถึง 10 ปีเพื่อกลับตัวกลับใจ เพื่อตระหนักถึงความอุดมสมบูรณ์ของโลกที่สูญสิ้นไปทุกหย่อมหญ้า และเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการผลาญทรัพยากร

รายละเอียด ญานน์ อาร์ทูส์-แบร์ทรองด์ พร้อมด้วยทีมเบื้องหลังใช้เวลาเกือบ 3 ปีเพื่อสร้างหนังซึ่งเป็นทั้งจุดสูงสุดบนเส้นทางแห่งงานอันหนักหน่วงตลอด 30 ปีที่ผ่านมา รวมถึงเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อโลกโดยรวม นอกจากจะได้เห็นภาพที่แปลกตาซึ่งรวบรวมมาจากเหนือพื้นดินของกว่า 50 ประเทศ รวมถึงได้ร่วมแบ่งปันความพิศวงสงสัยและความกังวลใจ ญานน์ อาร์ทูส์-แบร์ทรองด์ ยังหวังว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้เราร่วมแรงร่วมใจกันฟื้นฟูบ้านหลังใหญ่ขึ้นมาอีกครั้ง
  • 20% ของประชากรโลกถลุงทรัพยาการของดาวดวงนี้ไปถึง 80%จากรายงานฉบับที่ 4 ของโครงการ GEO ในแผนงานสหประชาชาติเพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อม (UNEP) ปี 2007

  • ทั้งโลกใช้จ่ายด้านยุทโธปกรณ์มากกว่านำเงินไปช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาถึง 12 เท่าจากหนังสือประจำปี 2008 ของสถาบัน Stolkholm International Peace Research Institute และ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ปี 2008

  • 5 พันคนต่อวันเสียชีวิตเพราะน้ำดื่มที่ปนเปื้อน และ 1 พันล้านคนไม่มีน้ำสะอาดไว้ดื่มจากแผนงานสหประชาชาติเพื่อการพัฒนา (UNDP) ปี 2006

  • 1 พันล้านคนกำลังหิวโหยจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ปี 2008

  • กว่า 50% ของเมล็ดธัญพืชที่ซื้อขายกันทั่วโลก ใช้เป็นอาหารสัตว์ และผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากสถาบัน Worldwatch Institute ปี 2007 และ องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ปี 2008

  • พื้นที่กสิกรรมเสื่อมสภาพไปถึง 40%จากแผนงานสหประชาชาติเพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อม (UNEP) / หน่วยงาน ISRIC World Soil Information

  • ทุกๆ ปี พื้นที่ป่าสูญหายไป 13 ล้านเฮกตาร์จากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ปี 2005

  • 1 ใน 4 ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม, 1 ใน 8 ของนก และ 1 ใน 3 ของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำใกล้จะสูญพันธุ์ สัตว์หลายๆ สปีชี่ตายเร็วกว่าอายุขัยตามธรรมชาติถึง 1 พันเท่าจาก สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ปี 2008และการประชุมพฤกษศาสตร์นานาชาติครั้งที่ 16 ในเซนต์หลุยส์ สหรัฐอเมริกา ปี 1999

  • ผลิตผลทางการประมงลดน้อยลง สูญสิ้น หรือเสี่ยงต่อการสูญสิ้นถึง 75%ข้อมูลจากสหประชาชาติ

  • ตั้งแต่เริ่มบันทึกสถิติ อุณหภูมิเฉลี่ยในช่วง 15 ปีที่ผ่านมานับว่าสูงที่สุดข้อมูลจากสถาบัน NASA GISS

  • แผ่นน้ำแข็งขั้วโลกบางลงถึง 40% ในระยะเวลา 40 ปีจากศูนย์ข้อมูลน้ำแข็งและหิมะแห่งชาติ (NSIDC) ปี 2004
  • ก่อนถึงปี 2050 คาดว่าจะมีผู้ลี้ภัยจากสภาพอากาศอันเลวร้าย 200 ล้านคนจากบทวิเคราะห์ The Stern Review: the Economic of Climate Changeฉบับที่ 2 บทที่ 3 หน้า 77

การนำเสนอ ผ่านออกมาทางภาพที่มีมุมมองที่หลากหลาย ทั้งสะเทือนใจ เเปลก หรือไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ดังเช่นตัวอย่าง


ความแห้งแล้ง แสดงออกผ่านชาวบ้านในคูเดียลา, ราชาสถาน อินเดีย มาตักน้ำ ที่บ่อน้ำ




ทะเลสาปโพเวลล์, รัฐยูท่าห์, อเมริกา ที่เริ่มถูกกลืนกินไปจนเห็นริ้วรอยอย่างเห็นได้ชัด


โรงงานใกล้ กรินดาวิค ที่ปล่อยความร้อนในประเทศที่ได้ชื่อว่าหนาวเย็นอย่าง ไอซ์แลนด์ กำลังพ่นไอร้อนลงในทะเลสาบทำลายสมดุลธรรมชาติ


แนวปะการังที่ ควีนส์แลนด์, ออสเตรเลีย


สภาพสลัมใน มาโกโก้ ใกล้เกาะลากอส เมืองหลวงประเทศไนจีเรีย
สิ่งที่ชอบในภาพยนต์เรื่องนี้
ชอบมุมมองของภาพที่ใช้ในงานมันดูเหมือนมีชีวิตชีวา เเละเเนวคิดของเค้านั่นเยี่ยมมากๆ
ชอบการเล่าลายละเอียดการลำดับเรื่องทำได้ดีมาก สามารถเข้าใจในจุดประสงค์เเละสิ่งที่
เค้าต้องการจะสื่อได้อย่างชัดเจน
สิ่งที่ไม่ชอบในภาพยนต์เรื่องนี้
สิ่งเดียวที่ไม่ชอบเลยคือเพลงประกอบ
โดยเฉพาะตอนเริ่มต้นเพลงมันวังเวงเเละดูหนกหูน่ารำคาญมาก
สิ่งที่ได้รับจากหนังเรื่องนี้
ได้รับรู้ถึงสภาพความเป็นจริงของธรรมชาติในขณะนี้ ทำให้รู้ว่าที่ธรรมชาติพังทลายจนก่อให้เกิดปัญหาต่างๆของโลกนั้น ผู้ก่อปัญหาไม่ใช่ใครอื่น เเต่เป็นมนุษย์ทุกคนนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการกระทำใดๆทั้งเเล้วเเต่ทั้งจงใจเเละไม่จงใจ ก็ล้วนเเล้วเเต่ทำร้ายธรรมชาติทำร้ายโลกใบนี้ทั้งนั้น ดังนั้นตอนนี้จึงยังไม่สายเกินไปที่เราจะมาช่วยกันปกป้องรักษาโลกของเรา เพื่อให้โลกของเราไม่เสื่อมโทรมเเละย่ำเเย่ไปมากกว่านี้
keyword
  1. โลก
  2. ผืนดิน
  3. สัตว์
  4. ต้นไม้
  5. มนุษย์
  6. เรือ
  7. เเร่
  8. ทะเล
  9. ภูเขาไฟ
  10. ความเสียหาย


วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ลงน้ำ ลดพุง ลดโลกร้อน

โครงการออกเเบบที่เป็นมิตรกับสิ่งเเวดล้อม

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กรมการแพทย์ทหารเรือ, จังหวัดชลบุรี, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี,มหาวิทยาลัยบูรพา และเครือข่ายคนไทยไร้พุง จัดงาน โครงการ ชื่อว่า “ลงน้ำ ลดพุง ลดโลกร้อน” เพื่อเน้นการออกกำลังกายและให้ความรู้เรื่องภัยจากโลกร้อน ในส่วนของภาคประชาชน มหกรรมครั้งนี้เน้นการเผยแพร่ความรู้การออกกำลังกายในน้ำและให้ลองทำด้วยตนเอง ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายบนบกไม่ได้และยังมีผู้รู้น้อยมาก
จุดเด่นของงานครั้งนี้คือ การให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการออกกำลังกายในน้ำทะเล พร้อมกันตามท่าของวิทยากรนานอย่างน้อย 30 นาที และมีจำนวนมากที่สุดจนทำลายสถิติโลกได้ (Guinness World Records™ Claim ID:248850) งานนี้จัดในวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2552 เวลาที่ออกกำลังกายในน้ำอยู่ระหว่างเวลา 16.00 – 18.00 น. ณ ชายหาดพัทยา ขอเชิญท่านที่สนใจ มาร่วมกันออกกำลังกายในน้ำทะเลและทำลายสถิติโลกให้กับประเทศไทย นอกจากนี้ในงานมีกิจกรรมบนเวที เสวนาพูดคุยในเรื่อง ลดโลกร้อน และการดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย ในส่วนของนิทรรศการ จะมีการตรวจสุขภาพเบื้องต้น นิทรรศการให้ความรู้ในเรื่องลดพุง ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค และกิจกรรมรณรงค์นำของใช้แล้วมาประดิษฐ์เป็นสิ่งของเพื่อลดโลกร้อน งานส่วนนี้จะเริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 18.00 น.
ผู้ที่สนใจร่วมออกกำลังกายในทะเล เริ่มรับสมัคร online ผ่านทาง website ของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ ฯ http://www.rcpt.org/form/index.php ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2552 หรือ download ใบสมัครแล้วบันทึกข้อมูลและส่งทางไปรษณีย์ มาที่ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ฯ ก่อนวันที่ 15 เมษายน 2552 ติดต่อขอรายละเอียดที่ โทรศัพท์: 02-716-6744 ต่อ 25 โทรสาร: 02-718-1652

คุณสมบัติของผู้สมัคร กติกาและข้อปฏิบัติในการร่วมโครงการ ลงน้ำ ลดพุง ลดโลกร้อน 1. เป็นคนไทยหรือต่างประเทศ เพศชายหรือหญิง อายุเกิน 18 ปีบริบูรณ์จนถึงวันที่ 1 เมษายน 2552 หากอายุ ระหว่าง 10-18 ปี ต้องมีผู้ปกครองลงนามยินยอมกำกับในใบเอกสารแสดงตนก่อนลงทะเล 2. ต้องเดินเองได้ หากมีโรคประจำตัว ต้องกำลังรักษาอยู่และโรคสงบจนเป็นปกติ 3. ว่ายน้ำไม่เป็นก็สมัครได้ แต่ต้องมั่นใจว่า สามารถออกกำลังกายตามปกติตามท่าการออกกำลังกายของวิทยากรในทะเลนานอย่างน้อย 30 นาทีได้อย่างปลอดภัยและไม่เกิดอันตรายต่อสุขภาพ

ที่มา :: http://www.rcpt.org/form/nofat-acception.php


ที่มา ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กรมการแพทย์ทหารเรือ, จังหวัดชลบุรี, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี,มหาวิทยาลัยบูรพา และเครือข่ายคนไทยไร้พุง ข่ายคนไทยไร้พุง จัดงาน โครงการ ชื่อว่า “ลงน้ำ ลดพุง ลดโลกร้อน”

แนวความคิด เพื่อเน้นการออกกำลังกายและให้ความรู้เรื่องภัยจากโลกร้อน

เนื้อหา รายละเอียดของโครงการ เน้นการเผยแพร่ความรู้การออกกำลังกายในน้ำและให้ลองทำด้วยตนเอง ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายบนบกไม่ได้และยังมีผู้รู้น้อยมาก จุดเด่นของงานครั้งนี้คือ การให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการออกกำลังกายในน้ำทะเล พร้อมกันตามท่าของวิทยากรนานอย่างน้อย 30 นาที และมีจำนวนมากที่สุดจนทำลายสถิติโลกได้ (Guinness World Records™ )

วิธีการแก้ปัญหา โดยการกำหนดคุณสมบัติ ของผู้เข้าร่วม เช่น 1. เป็นคนไทยหรือต่างประเทศ เพศชายหรือหญิง อายุเกิน 18 ปีบริบูรณ์จนถึงวันที่ 1 เมษายน 2552 หากอายุ ระหว่าง 10-18 ปี ต้องมีผู้ปกครองลงนามยินยอมกำกับในใบเอกสารแสดงตนก่อนลงทะเล 2. ต้องเดินเองได้ หากมีโรคประจำตัว ต้องกำลังรักษาอยู่และโรคสงบจนเป็นปกติ 3. ว่ายน้ำไม่เป็นก็สมัครได้ แต่ต้องมั่นใจว่า สามารถออกกำลังกายตามปกติตามท่าการออกกำลังกายของวิทยากรในทะเลนานอย่างน้อย 30 นาทีได้อย่างปลอดภัยและไม่เกิดอันตรายต่อสุขภาพ

ตัวอย่างและภาพประกอบ ภาพอยู่ด้านบนคะ

เจ้าของโครงการคือใคร ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กรมการแพทย์ทหารเรือ, จังหวัดชลบุรี, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี,มหาวิทยาลัยบูรพา และเครือข่ายคนไทยไร้พุง

ร่วมใจปิดไฟ ลดโลกร้อน สนับสนุนโครงการ Earth Hour


ไมโครซอฟท์ แอดเวอร์ไทซิ่ง และเว็บไซต์ www.th.msn.com ร่วมสนับสนุนโครงการ Earth Hour ขอเชิญชวนทุกท่านลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ร่วมปิดไฟ 1 ชั่วโมง พร้อมกับเมืองใหญ่ 500 เมืองทั่วโลก ในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2552 เวลา 21.00-22.00 และสำหรับผู้ใช้ วินโดว์ไลฟ์ แมสเซ็นเจอร์ สามารถร่วมรณรงค์โครงการได้โดยใส่อิโมติคอนรูปดวงไฟ หน้าชื่อแมสเซ็นเจอร์ของท่านสำหรับ โครงการ Earth Hour ในปีนี้กทม. ร่วมกับกองทุนสัตว์ป่าโลก (World Wildlife Fund : WWF) และหน่วยงานภาครัฐ เอกชน โดยจะรณรงค์ปิดไฟลดการใช้พลังงานบนถนนสายหลักและสถานที่สำคัญ พร้อมกับเมืองใหญ่อีก 500 เมืองทั่วโลก เพื่อสร้างจิตสำนึกในการประหยัดพลังงานและการมีส่วนร่วมจากประชาชนในการลดภาวะโลกร้อน โดยเน้นสถานที่ซึ่งแสดงออกถึงเอกลักษณ์ของเมืองกรุงเทพฯ อาทิ พระบรมมหาราชวัง ถนนข้าวสาร ถนนเยาวราช และบริเวณโดยรอบเสาชิงช้า เป็นต้น โดยจะมีการจัดกิจกรรมที่ถนนข้าวสารและจะมีการถ่ายทอดสัญญาณภาพการปิดไฟวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2552 ร่วมด้วยช่วยกันปิดไฟในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2552 เวลา 21.00-22.00 เพื่อทุกท่านจะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Earth Hour มาช่วยกันประหยัดพลังงาน ช่วยลดภาวะโลกร้อน เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อโลกที่น่าอยู่ของเรา
และสำหรับผู้ใช้งานเว็บไซท์ MSN ประเทศไทย ท่านสามารถร่วมรณรงค์โครงการได้อีกหนึ่งช่องทาง โดยคลิกเข้าร่วมโครงการที่ปุ่มด้านล่าง เพื่อแสดงตัวตนในการร่วมปิดไฟ 1ชม.
แหล่งข่าว :: สำนักข่าวกรุงเทพมหานคร
ที่มา :: http://202.143.161.37/nsta1/view.php?article_id=844



ที่มาที่ไป ไมโครซอฟท์ แอดเวอร์ไทซิ่ง และเว็บไซต์ www.th.msn.com

แนวความคิด จะรณรงค์ปิดไฟลดการใช้พลังงานบนถนนสายหลักและสถานที่สำคัญ พร้อมกับเมืองใหญ่อีก 500 เมืองทั่วโลก เพื่อสร้างจิตสำนึกในการประหยัดพลังงานและการมีส่วนร่วมจากประชาชนในการลดภาวะโลกร้อน

เนื้อหา รายละเอียดของโครงการ ขอเชิญชวนทุกท่านลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ร่วมปิดไฟ 1 ชั่วโมง พร้อมกับเมืองใหญ่ 500 เมืองทั่วโลก ในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2552 เวลา 21.00-22.00 และสำหรับผู้ใช้ วินโดว์ไลฟ์ แมสเซ็นเจอร์ สามารถร่วมรณรงค์โครงการได้โดยใส่อิโมติคอนรูปดวงไฟ หน้าชื่อแมสเซ็นเจอร์

วิธีการแก้ปัญหา โดยการเปิดให้ลงทะเบียนเพื่อเก็บลายระเอียดไว้

ตัวอย่างและภาพประกอบ ภาพด้านบนคะ

เจ้าของโครงการคือใคร? ไมโครซอฟท์ แอดเวอร์ไทซิ่ง และเว็บไซต์ www.th.msn.com