HOME ภาพยนตร์สารคดีกำกับโดย ยานน์ อาร์ทัส-เบอร์ทรานด์โดยเเสดงให้เห็นโลกในมุมมองที่ใครอีกหลากคนยังไม่เคยพบ โดยบอกเล่าผ่านทางภาพอันสวยงามเเละมุมมองที่แปลกตา ทำให้เราได้เห็น เเละ ตระหนักถึงภัยพิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้นผ่านช่วงเวลายาวนานจนธรรมชาติ กำลังจะสูญสลายไปด้วยมือของเราและนั่นอาจหมายถึงสัญญาณที่เตือนว่าคงถึงเวลาที่เราจำเป็นปกป้อง บ้าน หลังใหญ่นี้ไว้ด้วยตัวของเราเอง
จุดเด่น ภาพยนตร์สารคดีเรื่องเยี่ยมด้วยมุมมองการมองเห็นโลกอันสวยงามผ่านสายตาของช่างภาพชาวฝรั่งเศสฝีมือระดับโลกอย่าง ยานน์ อาร์ทัส-เบอร์ทรานด์ ช่างภาพทางอากาศที่เคยเปิดนิทรรศการเผยแพร่ภาพถ่ายของโลก
และเคยมาเปิดนิทรรศการในกรุงเทพที่ใช้ชื่อว่า Earth From Above ที่รวบรวมผลงานภาพถ่ายอันงดงามจากทั่วโลกมานานถึง 10 ปี ที่มีภาพอันโดงดังอย่าง หัวใจแห่งเมืองโวห์ นิวคาลีโดเนีย, ดวงตาแห่งมัลดีฟส์ และชาวนากลางทุ่งนา พื้นที่รอยต่อจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย
เนื้อหา ตลอด 200,000 ปีบนโลก มนุษยชาติพลิกผันดุลยภาพของดาวดวงนี้ ซึ่งกว่าจะเข้ารูปเข้ารอยก็ต้องอาศัยวิวัฒนาการเกือบ 4 พันล้านปี ทุกวันนี้คือเวลาแห่งการชดใช้อย่างสาสม และสายเกินไป
มนุษยชาติเหลือเวลาอีกไม่ถึง 10 ปีเพื่อกลับตัวกลับใจ เพื่อตระหนักถึงความอุดมสมบูรณ์ของโลกที่สูญสิ้นไปทุกหย่อมหญ้า และเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการผลาญทรัพยากร
รายละเอียด ญานน์ อาร์ทูส์-แบร์ทรองด์ พร้อมด้วยทีมเบื้องหลังใช้เวลาเกือบ 3 ปีเพื่อสร้างหนังซึ่งเป็นทั้งจุดสูงสุดบนเส้นทางแห่งงานอันหนักหน่วงตลอด 30 ปีที่ผ่านมา รวมถึงเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อโลกโดยรวม นอกจากจะได้เห็นภาพที่แปลกตาซึ่งรวบรวมมาจากเหนือพื้นดินของกว่า 50 ประเทศ รวมถึงได้ร่วมแบ่งปันความพิศวงสงสัยและความกังวลใจ ญานน์ อาร์ทูส์-แบร์ทรองด์ ยังหวังว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้เราร่วมแรงร่วมใจกันฟื้นฟูบ้านหลังใหญ่ขึ้นมาอีกครั้ง
- 20% ของประชากรโลกถลุงทรัพยาการของดาวดวงนี้ไปถึง 80%จากรายงานฉบับที่ 4 ของโครงการ GEO ในแผนงานสหประชาชาติเพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อม (UNEP) ปี 2007
- ทั้งโลกใช้จ่ายด้านยุทโธปกรณ์มากกว่านำเงินไปช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาถึง 12 เท่าจากหนังสือประจำปี 2008 ของสถาบัน Stolkholm International Peace Research Institute และ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ปี 2008
- 5 พันคนต่อวันเสียชีวิตเพราะน้ำดื่มที่ปนเปื้อน และ 1 พันล้านคนไม่มีน้ำสะอาดไว้ดื่มจากแผนงานสหประชาชาติเพื่อการพัฒนา (UNDP) ปี 2006
- 1 พันล้านคนกำลังหิวโหยจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ปี 2008
- กว่า 50% ของเมล็ดธัญพืชที่ซื้อขายกันทั่วโลก ใช้เป็นอาหารสัตว์ และผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากสถาบัน Worldwatch Institute ปี 2007 และ องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ปี 2008
- พื้นที่กสิกรรมเสื่อมสภาพไปถึง 40%จากแผนงานสหประชาชาติเพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อม (UNEP) / หน่วยงาน ISRIC World Soil Information
- ทุกๆ ปี พื้นที่ป่าสูญหายไป 13 ล้านเฮกตาร์จากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ปี 2005
- 1 ใน 4 ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม, 1 ใน 8 ของนก และ 1 ใน 3 ของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำใกล้จะสูญพันธุ์ สัตว์หลายๆ สปีชี่ตายเร็วกว่าอายุขัยตามธรรมชาติถึง 1 พันเท่าจาก สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ปี 2008และการประชุมพฤกษศาสตร์นานาชาติครั้งที่ 16 ในเซนต์หลุยส์ สหรัฐอเมริกา ปี 1999
- ผลิตผลทางการประมงลดน้อยลง สูญสิ้น หรือเสี่ยงต่อการสูญสิ้นถึง 75%ข้อมูลจากสหประชาชาติ
- ตั้งแต่เริ่มบันทึกสถิติ อุณหภูมิเฉลี่ยในช่วง 15 ปีที่ผ่านมานับว่าสูงที่สุดข้อมูลจากสถาบัน NASA GISS
- แผ่นน้ำแข็งขั้วโลกบางลงถึง 40% ในระยะเวลา 40 ปีจากศูนย์ข้อมูลน้ำแข็งและหิมะแห่งชาติ (NSIDC) ปี 2004
- ก่อนถึงปี 2050 คาดว่าจะมีผู้ลี้ภัยจากสภาพอากาศอันเลวร้าย 200 ล้านคนจากบทวิเคราะห์ The Stern Review: the Economic of Climate Changeฉบับที่ 2 บทที่ 3 หน้า 77
การนำเสนอ ผ่านออกมาทางภาพที่มีมุมมองที่หลากหลาย ทั้งสะเทือนใจ เเปลก หรือไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ดังเช่นตัวอย่าง
ความแห้งแล้ง แสดงออกผ่านชาวบ้านในคูเดียลา, ราชาสถาน อินเดีย มาตักน้ำ ที่บ่อน้ำ
ทะเลสาปโพเวลล์, รัฐยูท่าห์, อเมริกา ที่เริ่มถูกกลืนกินไปจนเห็นริ้วรอยอย่างเห็นได้ชัด
โรงงานใกล้ กรินดาวิค ที่ปล่อยความร้อนในประเทศที่ได้ชื่อว่าหนาวเย็นอย่าง ไอซ์แลนด์ กำลังพ่นไอร้อนลงในทะเลสาบทำลายสมดุลธรรมชาติ
แนวปะการังที่ ควีนส์แลนด์, ออสเตรเลีย
สภาพสลัมใน มาโกโก้ ใกล้เกาะลากอส เมืองหลวงประเทศไนจีเรีย
สิ่งที่ชอบในภาพยนต์เรื่องนี้
ชอบมุมมองของภาพที่ใช้ในงานมันดูเหมือนมีชีวิตชีวา เเละเเนวคิดของเค้านั่นเยี่ยมมากๆ
ชอบการเล่าลายละเอียดการลำดับเรื่องทำได้ดีมาก สามารถเข้าใจในจุดประสงค์เเละสิ่งที่
เค้าต้องการจะสื่อได้อย่างชัดเจน
สิ่งที่ไม่ชอบในภาพยนต์เรื่องนี้
สิ่งเดียวที่ไม่ชอบเลยคือเพลงประกอบ
โดยเฉพาะตอนเริ่มต้นเพลงมันวังเวงเเละดูหนกหูน่ารำคาญมาก
สิ่งที่ได้รับจากหนังเรื่องนี้
ได้รับรู้ถึงสภาพความเป็นจริงของธรรมชาติในขณะนี้ ทำให้รู้ว่าที่ธรรมชาติพังทลายจนก่อให้เกิดปัญหาต่างๆของโลกนั้น ผู้ก่อปัญหาไม่ใช่ใครอื่น เเต่เป็นมนุษย์ทุกคนนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการกระทำใดๆทั้งเเล้วเเต่ทั้งจงใจเเละไม่จงใจ ก็ล้วนเเล้วเเต่ทำร้ายธรรมชาติทำร้ายโลกใบนี้ทั้งนั้น ดังนั้นตอนนี้จึงยังไม่สายเกินไปที่เราจะมาช่วยกันปกป้องรักษาโลกของเรา เพื่อให้โลกของเราไม่เสื่อมโทรมเเละย่ำเเย่ไปมากกว่านี้
keyword
- โลก
- ผืนดิน
- สัตว์
- ต้นไม้
- มนุษย์
- เรือ
- เเร่
- ทะเล
- ภูเขาไฟ
- ความเสียหาย





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น